โปรแกรมห้องสมุด ความหมายของคำเรียกนี้ คืออะไร ?

คำสำคัญระบบสารสนเทศห้องสมุดการใช้ทรัพยากรด้วยกันอินเทอร์เน็ตจดหมายอิเล็กทรอนิกส์อีเมลการจัดส่งเอกสารระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการห้องสมุดภาพดิจิตอลระบบสารสนเทศยุคสมัยใหม่, OPAC, แค็ตตาล็อกการเข้าถึงสาธารณะฐานข้อมูลห้องสมุดการแพทย์มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์, MEDLINE , กระทรวงศึกษาธิการที่สหรัฐฯ – โครงงานห้องสมุดวิทยาลัยเทคโนโลยีและการร่วมมือ

บทสรุปย่อในปี พ.ศ. 2535 หอพักอนุสรณ์สถานดาห์ลเกรนที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ได้รับทุนส่งเสริมโครงงานสร้างคลังข้อมูลระบบสารสนเทศ (LIS) ช่วงเวลา ปีจากกระทรวงการศึกษาเล่าเรียนสหรัฐฯ โครงงานนี้ช่วยทำให้จอร์จทาวน์เป็นหัวหอกในโครงงานความร่วมแรงร่วมใจกับสัมพันธ์ห้องสมุด 41 ที่เพื่อวางแบบโมดูระบบไลบรารีรุ่นต่อไปแบบไดนามิก สัมพันธ์ผู้ก่อตั้งจัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ. ศ.2529 เพื่อร่วมกิจกรรมปรับปรุง LIS ด้วยกันเรียกว่า Friends of LIS (FLIS)



วัตถุประสงค์ของโครงงานเป็นการเพิ่มการเข้าถึงทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และปรับแก้การจัดส่งข้อมูลด้วยรูปแบบการพิมพ์และไม่พิมพ์เพื่อการแบ่งปันทรัพยากรและผ่านระบบขั้นสูงนี้เพื่อปรับแก้การศึกษาเล่าเรียนทางด้านการแพทย์การศึกษาค้นคว้าวิจัยและการดูแลคนเจ็บ เป้าประสงค์ของโครงงานมีดังนี้: (1) สร้างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อแบ่งปันฐานข้อมูล (2) เร่งการส่งเอกสารไปยังผู้ใช้ (3) ให้การเข้าถึง OPAC ภาพ Digi – tized; (4) สร้างผลและการประเมินโดยการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการห้องสมุด โปรแกรมห้องสมุด (LMIS) เจ้าหน้าที่โครงงาน George-town ที่มีคุณลักษณะเหมาะสมได้ร่วมโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการออกแบบโครงงานซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ FLIS และสมาชิกของ Task Force



ความหมายและความสำคัญของโครงงานมีความสำคัญยิ่งต่อความเคลื่อนไหวโครงสร้างการให้บริการห้องสมุดและการจัดส่งข้อมูลในอนาคต คุณลักษณะเฉพาะของโครงงานคือการใช้อินเทอร์เน็ตไม่เพียงแต่ แต่จะเข้าถึงแคตตาล็อกห้องสมุดอื่นๆเพียงแค่นั้น แต่ยังมีเมนูหลักของฐานข้อมูล FLIS ที่มีความรู้ความเข้าใจสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลแบบโปร่งใสไปยังฐานข้อมูลใดก็ตามที่ผู้ใช้เลือกโดยไม่คิดถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเข้าถึงเอกสารออนไลน์เพื่อการจัดส่งเอกสารโดยตรงจากการค้นหาวรรณกรรมมีให้จาก miniMEDLINE เนื้อหาปัจจุบัน โปรแกรมห้องสมุด และ OPACs ขั้นตอนใหม่ภายใต้การพัฒนาความสร้างสรรค์เป็นการค้นหาและการแสดงผลภาพผ่านแคตตาล็อกออนไลน์ ผู้ใช้จะสามารถนำทางได้ไม่ยากโดยไม่เคยรู้ถึงความซับซ้อนด้านเทคนิคเบื้องหน้าเบื้องหลัง อีกก้าวที่สำคัญเป็นการพัฒนา Library Information Information System (LMIS) เพื่อให้ห้องสมุด FLIS สามารถจัดระบบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพปรับแก้รายงานและแบบสำรวจสัมพันธ์ห้องสมุดแห่งชาติที่สมบูรณ์แบบดังเช่นARL และ AAHSLD ความขมักเขม้นของจอร์จทาวน์บอกให้เห็นโดยการมีส่วนร่วมอย่างมากต่อโครงงานจากเงินลงทุนและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ถ้าหากไม่ได้ให้โครงงานนี้ไม่อาจจะเป็นจริงได้



เนื้อหานี้มุ่งเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมายของโครงงานในปีแรกและครอบคลุมแผนสำหรับปีลำดับที่สองและปีลำดับที่สาม



1. บทนำ

การปฏิบัติทางด้านการแพทย์ในขณะนี้เป็นข้อมูลที่เข้มข้นมาก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์สาธารณสุขขึ้นอยู่กับการเข้าถึงทรัพยากรข้อมูลที่นานัปการเพื่อให้กำเนิดลู่ทางที่ฉลาดปราดเปรื่องและมีข้อมูลสำหรับในการเล่าเรียนการจัดการดูแลคนเจ็บและโปรโตคอวิจัย (Davis, 1987)



ห้องสมุดและบรรณารักษ์ผู้ให้บริการลูกค้าทางด้านการแพทย์จำเป็นต้องพบเจอกับการขัดกัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมีความเก่งเป็นพิเศษ แต่ผู้ใช้ควรจะมีกรรมวิธีแบบกว้างๆและมีระบบระเบียบระเบียบ ข้อมูลและวิชาความรู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่กำลังซื้อของทรัพยากรเพื่อสร้างแหล่งเงินทุนน้อยลง การเจริญเติบโตของคอลเลกชันห้องสมุดมีเสถียรภาพความต้องการข้อมูลผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น มาตรการห้องสมุดเพื่อรักษาความพอดีเป็นเป้าหมายที่น่าชมเชย แต่ไม่เหมือนจริง (Broer-ing, 1986)



นักเขียนผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยได้เอ๋ยถึงการขัดกันพวกนี้และได้บทสรุปว่าโซลูชันสำหรับไลบรารีและผู้ใช้อยู่สำหรับการสร้างและเสริมสร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วมในโครงงานแบ่งปันทรัพยากร 2518 ในเดอ Gennaro แสดงให้เห็นว่าห้องสมุดควรจะเปลี่ยนจากการครอบครองและขนาดเพื่อเข้าถึงและบริการ ขณะนั้นเขาคาดเดาว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะมีผลตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับห้องสมุดเป็นสิ่งที่ใช้ในการช่วยบรรณารักษ์ในการพัฒนาและใช้งานเครือข่ายและกลไกอื่นๆสำหรับการแบ่งปันทรัพยากร (De Gennaro, 1975) ในลักษณะเดียวกัน Kronick (1982) ถึงบทสรุปว่าห้องสมุดไม่อาจจะจ่ายได้ด้วยตัวเองเพียงพอและเขาแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้มากขึ้นเป็น "ความพอดีกัน" (Kronick, 1982) แนวโน้มการแบ่งปันทรัพยากรที่กำลังเติบโตในทศวรรษ 1970 และ 1980 ซึ่งมีโอกาสมากยิ่งขึ้นในวันนี้ผ่านทางคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่มีคุณภาพสูงจะกลายเป็นสาระสำคัญของการปฏิบัติการของห้องสมุดในทศวรรษที่ 1990



โปรแกรมห้องสมุด ดังเช่นว่ามหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ดังเช่น Dahlgren Memorial Library ได้ดำเนินงานในการพัฒนาเครือข่ายวิชาความรู้ซึ่งสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลบรรณานุกรมข้อมูลการวิเคราะห์และการศึกษาค้นคว้าวิจัยของครอบครัว ที่มีความสำคัญในการรบนี้ได้รับการพัฒนาเมื่อปี พ.ศ. 2528 เป็นส่วนหนึ่งของโครงงานphasic ซึ่งเป็นโครงงานที่ได้รับการส่งเสริมจาก National Library of Medicine (NLM) หลายสิบปีเพื่อวางแผนปรับปรุงและดำเนินงานโครงงาน Acade แบบบูรณาการ

สร้างสะพานกับโมเลกุลของน้ำ

ลักษณะเด่นของน้ำ

“สิ่งที่ทำให้โมเลกุลของน้ำไม่ซ้ำกันก็คือสามารถสร้างภาระของไฮโดรเจนได้” ศ.จ. Gareth Parkinson จากสถาบันฟิสิกส์ปรับใช้ที่ชื่อ TU Wien ชี้แจง “ผู้กระทำระจายประจุไฟฟ้ามิได้แม้กระทั้งอะตอมของออกสิเจนมีประจุลบบางส่วนในตอนที่อะตอมไฮโดรเจนมีประจุบวกนิดหน่อย” สำเร็จให้พันธบัตรสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างโมเลกุลของน้ำ – ภาระของสะพานไฮโดรเจนที่โด่งดังหรือแม้กระทั้งระหว่างโมเลกุลของน้ำกับโมเลกุลจำพวกอื่นๆ

ผลพวงของประเด็นนี้มีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ดังเช่นสะพานภาระไฮโดรเจนเป็นเหตุผลที่น้ำจะต้องถึงอุณหภูมิสูง 100 ° C ก่อนจะเดือด พวกเขายังเป็นสิ่งสำคัญในองค์ประกอบของโปรตีน

พันธบัตรพวกนี้แม้ว่าจะเข้ามาในขณะการเล่นอีกรอบในการรับรองทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์จากที่ผู้คนอ้างถึงว่าพวกเขาอนุญาตให้มีข้อมูลลึกลับที่จะเก็บเอาไว้ภายในน้ำ นี้เป็นไปไม่ได้ทางร่างกายเพราะว่าพันธบัตรสะพานไฮโดรเจนไม่แข็งแรงมากมายเลยรวมทั้งจะแตกลงอีกทีในลำดับที่สองแยกในน้ำเหลว อย่างไรก็แล้วแต่คุณสามารถได้ผลที่ต่างกันมากมายเมื่อโมเลกุลของน้ำสะสมบนผิวที่มีองค์ประกอบที่สลับซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อรวมทั้งมีเสถียรภาพที่อุณหภูมิต่ำ

ขอบเขตที่ความน่าจะเป็น

Ulrike Diebold (TU Wien) บอกว่า “มีข้อชี้ชัดทางอ้อมสำหรับเพื่อการก่อตัวของส่วนประกอบนี้อยู่แล้ว “แต่ว่าเพื่อจะทำให้องค์ประกอบของน้ำสามารถแลเห็นได้บนผิวของเหล็กออกไซด์พวกเราจำเป็นต้องทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของแนวทางการวัดที่เยี่ยมที่สุดที่สุดและก็ส่งเสริมขอบเขตของสิ่งที่เป็นได้”

เพื่อเริ่มใช้งานโมเลกุลของน้ำจะถูกระเบิดลงบนผิวในสุญญากาศที่อุณหภูมิต่ำ ผิวจะถูกให้ร้อนที่อุณหภูมิราว -30 องศาเซลเซียสทำให้ส่วนประกอบน้ำเบาๆแตกออก โมเลกุลของน้ำแยกออกมาจากผิวครั้งละตัวรวมทั้งถูกเก็บรวบรวมโดยเครื่องตรวจ พวกเราสามารถวัดได้ว่าโมเลกุลของน้ำปริมาณเท่าไรนั้นออกมาจากผิวในอุณหภูมิที่เฉพาะแล้วพวกเราจะสามารถนำข้อมูลนี้ไปพบพลังงานภาระซึ่งจะช่วยทำให้พวกเราสามารถเจาะจงประเภทขององค์ประกอบโมเลกุลที่พวกเรากำลังติดต่อได้ “กาเร็ ธ ชี้แจง พาร์กินสัน

ความประพฤติปฏิบัติของน้ำ: นักวิทยาศาสตร์พบว่าคุณลักษณะใหม่ของ H2O

น้ำเหลวมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้ขนส่งที่ดีเลิศในสินค้าของตน (H2O) ถูกแบ่งได้เป็นโปรตอน (H +) รวมทั้งไฮดรอคอยกไซด์ไอออน (OH) คุณลักษณะที่น่าทึ่งของน้ำทำให้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในเทคโนโลยีการสร้างรวมทั้งจัดเก็บกำลังไฟฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่ตัวอย่างเช่นเซลล์เชื้อเพลิง จริงชีวิตตนเองจะไม่เป็นได้หากน้ำมิได้มีลักษณะนี้

น้ำเป็นที่รู้กันว่ามีโครงข่ายที่สลับซับซ้อนของการติดต่อสื่อสารที่อ่อนแอซึ่งเป็นแนวทางที่รู้จักกันในชื่อพันธบัตรไฮโดรเจน ตรงเวลาแทบศตวรรษมีความรู้สึกว่ากลไกสำหรับการขนส่งน้ำของ H + รวมทั้ง OH? ไอออนเป็นภาพสะท้อนของแต่ละอื่นๆ- เช่นเดียวกันทุกวิธีทางเว้นเสียแต่แนวทางของพันธบัตรไฮโดรเจนที่เกี่ยวเนื่องในวิธีการ

ปัจจุบันนี้แบบจำลองด้านทฤษฎีที่ล้ำยุครวมทั้งการเลียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์พยากรณ์ความไม่พอดีเบื้องต้นในกลไกพวกนี้ ถ้าเกิดถูกความไม่ทัดเทียมนี้เป็นสิ่งซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้สำหรับการใช้งานที่ไม่เหมือนกันโดยการตัดเย็บระบบเพื่อเกื้อหนุนไอออนหนึ่งเหนืออีกทางหนึ่ง

หลักฐานการทดสอบของกระบวนการทำนายทางด้านทฤษฎียังไม่สามารถที่จะชี้แจงได้เพราะว่าความยากแค้นสำหรับเพื่อการพิจารณาทั้งสองประเภทของไอออนิกโดยตรง การทดสอบที่ไม่เหมือนกันได้ให้เฉพาะ glimpses ของความไม่สมมาตรที่คาดคะเนไว้เพียงแค่นั้น

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กซึ่งนำโดยศ.จ. Alexej Jerschow รวมทั้ง Emilia Silletta ซึ่งเป็นเพื่อนปริญญาเอก NYU รวมทั้ง Mark Tuckerman ศ.จ.วิชาเคมีรวมทั้งเลขคณิตที่ NYU ได้คิดค้นการทดสอบใหม่สำหรับเพื่อการเอาอย่างความไม่เสมอภาคนี้ กรรมวิธีการทดสอบเกี่ยวพันกับการระบายความร้อนลงสู่อุณหภูมิที่เรียกว่าความหนาแน่นสูงสุดซึ่งความไม่สมมาตรคาดว่าจะมีความเด่นชัดเยอะที่สุดก็เลยทำให้สามารถตรวจได้ให้ละเอียด

เป็นที่รู้กันทั่วๆไปว่าน้ำแข็งลอยตัวอยู่ในน้ำและก็ทะเลสาบแข็งจากข้างบน เพราะโมเลกุลของน้ำใส่ลงในองค์ประกอบที่มีความหนาแน่นต่ำยิ่งกว่าน้ำของเหลวซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของคุณลักษณะที่แตกต่างจากปกติของน้ำความหนาแน่นของน้ำในตัวจะมากขึ้นสูงยิ่งกว่าจุดที่ทำให้เป็นน้ำแข็งรวมทั้งถึงจุดสุดยอดลำดับที่สี่องศาเซลเซียส (39 องศาเซลเซียส ฟาเรนไฮต์), อุณหภูมิที่เรียกว่าของความหนาแน่นสูงสุด; ไม่เหมือนกันในความหนาแน่นนี้ทำให้เห็นว่าของเหลวอยู่ใต้น้ำแข็งเสมอ

คณะทำงานได้ใช้กรรมวิธีการสะท้อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (ขั้นตอนการเดียวกันนี้เป็นทางการหมอสำหรับการถ่ายรูปด้วยคลื่นสนามไฟฟ้า) เพื่อชี้ให้เห็นว่าความต่างของอายุขัยของทั้งคู่ไอออนถึงค่าสูงสุด (อายุการใช้งานที่มากขึ้น การขนส่งช้าลง) การเน้นความต่างของอายุการใช้งานทำให้ความไม่พอดีแปลงเป็นเรื่องที่เด่นชัด

ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้าที่ผ่านมาน้ำมีอะตอมออกสิเจนหนึ่งตัวรวมทั้งอะตอมของไฮโดรเจนสองอะตอม แม้กระนั้นอะตอมของไฮโดรเจนเป็นโมเลกุลที่ค่อนข้างจะเคลื่อนแล้วก็สามารถกระโจนจากโมเลกุลหนึ่งไปสู่อีกดวงหนึ่งได้และก็นี่เป็นผู้กระทำระกระโดดซึ่งทำให้ทั้งสองแบบของไอออนิกเขยื้อนได้ในน้ำ

สำหรับเพื่อการหาคำชี้แจงเกี่ยวกับลักษณะที่สังกัดอุณหภูมินักค้นคว้าได้มุ่งความพึงพอใจไปที่ความเร็วสำหรับในการกระโจนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาและทำการค้นพบความเกี่ยวพันระหว่างกลิ่นแล้วก็ความจำใหม่

การใช้กลิ่นเป็นแบบอย่างผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยพรีเซนเทชั่นมุมมองใหม่เกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจสึกที่มีอยู่ในหน่วยความจำรวมทั้งสามารถชี้แจงได้ว่าเพราะเหตุใดการสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับการสูดดมก็เลยเปลี่ยนเป็นที่รู้จักว่าเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์

“Afif Aqrabawi, ผู้สมัครระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาชีววิทยาเซลล์และก็ระบบในคณะศิลปศาสตร์และก็วิทยาศาสตร์ที่ U of T พูดว่า” การศึกษาค้นพบของพวกเราบ่งบอกถึงเป็นครั้งแรกว่ากลิ่นของพวกเราเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเราได้ถูกทำขึ้นมาใหม่ในความจำ ” แล้วก็คนเขียนนำของการศึกษาวิจัยที่พิมพ์ในเดือนนี้สำหรับในการติดต่อสื่อสารธรรมชาติ

“ในคำอื่นๆพวกเราได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าคุณสามารถจำกลิ่นของพายแอปเปิ้ลคุณยายของคุณได้ยังไงเมื่อเดินเข้าไปในครัวของคุณ”

มีความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยความจำแล้วก็ความเป็นกลิ่น – วิธีการสำหรับในการสูดกลิ่นรวมทั้งตระหนักถึงกลิ่น – เนื่องด้วยประวัติศาสตร์พัฒนาการด้วยกันของพวกเขา การสำรวจการเชื่อมต่อนี้ในหนู Aqrabawi แล้วก็ผู้บัญชาการระดับบัณฑิตศึกษา Professor Junchul Kim ในสาขาวิชาจิตวิทยาที่ U of T พบว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอวกาศรวมทั้งเวลารวมอยู่ในขอบเขตที่จำกัดของสมองที่มีความจำเป็นต่อความรู้สึกของกลิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้เรื่องกัน เป็นนิวเคลียสจมูกข้างหน้า (AON)

Aqrabawi พูดว่า “เมื่อส่วนประกอบพวกนี้รวมเข้าด้วยกันจะกำเนิดอะไรขึ้นเมื่อไร นี่เป็นเหตุผลได้แก่คุณอาจจำความรู้ความเข้าใจได้กลิ่นน้ำหอมของคู่รักเมื่อคุณคนึงถึงจูบแรกของคุณ (เวลารวมทั้งสถานที่)

ใคร่รู้เกี่ยวกับหลักการทำงานของนิวเคลียสจมูกข้างหน้า Aqrabawi รวมทั้ง Kim ได้ดีไซน์ชุดทดลองเพื่อใช้ประโยชน์จากหนูที่จะดมใหม่ๆ

“พวกเขาถูกใจที่จะใช้เวลามากเพิ่มขึ้นสำหรับการดมใหม่กว่าที่พวกเขารู้จักดี” Aqrabawi กล่าว “เมื่อพวกเขาสูญเสียการตั้งค่านี้มันก็บอกเป็นนัยว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะจำกลิ่นได้อีกถึงแม้พวกเขาจะได้สูดจมูกไว้ก่อนด้วยเหตุนั้นพวกเขาก็ยังรู้สึกราวกับเป็นครั้งแรก”

ในระหว่างการวิเคราะห์ส่วนประกอบแล้วก็หน้าที่ของ AON นักค้นคว้าได้ศึกษาค้นพบฟุตบาทประสาทที่ไม่เคยทราบมาก่อนหน้านี้ระหว่างฮิปโปโปเตมัสคัส – ส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับหน่วยความจำรวมทั้งการแสดงตามบริบทแล้วก็มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งในโรคอัลไซเมอร์ พวกเขาพบว่าพวกเขาสามารถเอาอย่างปัญหาความจำกลิ่นที่มองเห็นได้ในคนป่วยอัลไซเมอร์โดยตัดการเชื่อมต่อระหว่างฮิบโปกับ AON

ในขณะหนูที่มีการเชื่อมต่อระหว่าง hippocampus-AON ถูกทิ้งเอาไว้ไม่ให้หวนคืนสู่สถานที่ที่เคยชินเพื่อสูดดมที่มิได้แปลกใหม่คนที่มีทางเดินที่เชื่อมต่อจะกลับมาสูดดมกลิ่นที่เคยมีมาก่อนเป็นระยะเวลานาน แนวทางการทำซ้ำการเสื่อมสลายของต้นของ AON บ่งบอกถึงถึงความไม่อาจจะของบริบทที่เมื่อใดที่สำเร็จการทำงานแล้วก็ให้สิ่งที่มีอยู่ในหน่วยความจำกลิ่น

“มันทำให้เห็นว่าช่วงนี้พวกเรารู้เรื่องว่าวงจรใดในสมองควบคุมหน่วยความจำแบบเดิมๆสำหรับกลิ่นนั้นวงจรนี้สามารถใช้เป็นแบบจำลองเพื่อศึกษาเล่าเรียนมุมมองเบื้องต้นของความจำที่เป็นนามธรรมของผู้คนและก็การขาดความจำของกลิ่นที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับระบบประสาท” Aqrabawi กล่าว

มีงานเยอะแยะที่รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับการสูดกลิ่น – โดยเฉพาะการสูญเสียความจำของจมูก – เป็นลักษณะของการเริ่มมีลักษณะของโรคอัลไซเมอร์ การขาดดุลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นในความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการรับทราบกลิ่นก่อนที่จะความรู้ความเข้าใจลดน้อยลงรวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับระดับของการเจ็บป่วย

เจอความเชื่อมโยงระหว่างความยืดหยุ่นต่อการ dyslexia แล้วก็เรื่องสีเทาในสมองรอบๆหน้าผาก

มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟที่ใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโกเรียนรู้เจาะจงกลไกหลักการทำงานของสมองที่ชี้แจงถึงความไม่เหมือนระหว่างความถนัดการถอดรหัสต่ำและก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการอ่านที่สูง

การศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้นำโดย Dr. Smadar Patael จากแผนกความไม่ดีเหมือนปกติด้านการติดต่อสื่อสารของ TAU และก็ Prof. Fumiko Hoeft ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโกและก็เริ่มเป็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาเรียนรู้สมองของ University of Connecticut ในช่วงฤดูใบไม้ตกนี้ การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยได้รับการพิมพ์เมื่อเร็วๆนี้ใน PLOS One

การประเมินเรื่องสีเทา

การศึกษาวิจัยแสดงถึงจำนวนของสารสีเทาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในนักอ่านที่มีความยืดหยุ่นในส่วนของสมองที่รับผิดชอบในหน้าที่ของผู้บริหารแล้วก็หน่วยความจำสำหรับเพื่อการดำเนินงาน รอบๆที่เจาะจงนี้เป็น dorsolateral prefrontal cortex (DLPFC) ของส่วนซ้ายกล่าวได้ว่าเป็น “ตัวควบคุมการเดินทางด้านอากาศ” หรือ “ตัวนำ” ของสมอง สารสีเทาเป็นเยื่อที่เข้มขึ้นของสมองแล้วก็เส้นประสาทไขสันหลังกาซึ่งมีส่วนของเซลล์ประสาทรวมทั้งแขนง

นักค้นคว้าพิจารณาเด็กที่กล่าวภาษาอังกฤษอายุระหว่าง 10-16 ปีปริมาณ 55 คนและก็สามารถอ่านหนังสือได้นานัปการแบบอย่าง ครึ่งเดียวของเด็กกลุ่มนี้ได้รับการวิเคราะห์ว่ามีลักษณะแตกต่างจากปกติเกี่ยวกับดิส นักค้นคว้าสร้างสูตรกล้วยๆสำหรับเพื่อการคำนวณความต่างระหว่างความรู้ความเข้าใจสำหรับการอ่านกับความชำนาญการถอดรหัสของผู้เข้าร่วม ผู้เข้าอบรมได้รับการสแกนด้วย MRI หลังจากนั้นนักค้นคว้าดีกว่าเทียบเคียงภาพสมองของผู้เข้าร่วมกับผลของการอ่าน

“พวกเราอยากค้นหาว่ารอบๆสมองที่เกี่ยวพันกับภาษาหรือภูมิภาคอื่นๆมีความรับผิดชอบหรือเปล่า” Dr. Patael กล่าว “พวกเราพบว่าพื้นที่ในด้านหน้าซ้ายของสมองที่เรียกว่า DLPFC ซ้ายมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับไม่เหมือนกันนี้ DLPFC ได้รับการแสดงที่มีความหมายสำหรับเพื่อการดำเนินงานของผู้บริหารและก็การควบคุมความรู้ความเข้าใจ”

ไก่หรือไข่?

“พวกเราก็บากบั่นที่จะรู้เรื่องคำตอบของปริศนา ‘ไก่หรือไข่’ ที่เกี่ยวกับการ dyslexia รวมทั้งการขยายตัวเล็กน้อยของภูมิภาคสมองนี้” ดร. Patael กล่าวต่อ “dyslexics ยืดหยุ่นมีองค์ประกอบสมองที่ไม่เหมือนกันที่ช่วยทำให้มีความยืดหยุ่นที่ดียิ่งขึ้นหรือการบรรลุเป้าหมายของพวกเขาสำหรับเพื่อการอ่านผลของกลอุบายการทดแทนแท้จริงความเคลื่อนไหวความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในพื้นที่เฉพาะของสมองหรือเปล่า”

เพื่อตอบปัญหานี้ Dr. Patael ศ.จ. Hoeft รวมทั้งสหายร่วมงานของพวกเขาได้ทำวิเคราะห์ 43 คนอนุบาลโดยใช้เทคโนโลยี MRI และก็จากนั้น 3 ปีก็ทดลองความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่านของเด็กๆนักค้นคว้าพบว่าความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่าน DLPFC ล่วงหน้าและก็พยากรณ์ความไม่เหมือนโดยไม่นึกถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่านคราวแรก

“นี่ช่วยทำให้พวกเรารู้เรื่องสมองรวมทั้งกลไกการรับทราบความรู้ความเข้าใจที่เด็กพวกนี้ใช้เพื่อสามารถทำผลประโยชน์ดีแม้ว่าจะมีจุดอ่อนสำหรับในการถอดรหัสก็ตาม แม้กระนั้นบางทีอาจช่วยทำให้พวกเรานึกถึงการนำวิธีการใหม่ๆมาใช้เพื่อการอ่านการคั่นแซง” ศาสตราจารย์ Hoeft กล่าว

เข้า gclub หุ่นยนต์มีอำนาจที่จะทรงอิทธิพลต่อความเห็นของเด็กเป็นอย่างมาก

การศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยพลีมัทเปรียบว่าคนแก่แล้วก็เด็กสนองตอบต่องานเดียวกันเมื่ออยู่ในสถานะของทั้งสองรวมทั้งหุ่นยนต์รูปมนุษย์

มันทำให้เห็นว่าในตอนที่คนแก่มักมีความเห็นของพวกเขาได้รับอิทธิพลจากเพื่อนฝูงอะไรบางอย่างที่บ่งบอกถึงในการศึกษาวิจัย เข้า gclub ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพวกเขาจำนวนมากสามารถที่จะต้านทานการเช็ดกเชิญโดยหุ่นยนต์

เข้า gclub แต่เด็กที่อายุระหว่างเจ็ดถึงเก้าขวบมีลัษณะทิศทางที่จะให้การสนองตอบเหมือนกับหุ่นยนต์แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าผิดจำเป็นต้องก็ตาม

การเล่าเรียนได้ใช้กระบวนทัศน์ Asch ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นทีแรกในทศวรรษ 1950 โดยขอให้ผู้คนมองหน้าหน้าจอที่แสดงเส้นสี่เส้นรวมทั้งกล่าวว่ามีความยาวเยอะแค่ไหน เมื่ออยู่ตามลำพังคนเดียวคนเกือบไม่ทำผิดพลาด แต่ว่าเมื่อทำข้อสอบกับผู้อื่นพวกเขาชอบทำตามสิ่งที่ผู้อื่นกล่าว

เมื่อเด็กอยู่ตามลำพังในห้องสำหรับในการศึกษาค้นคว้านี้พวกเขาได้คะแนน 87% สำหรับการทดลอง เข้า gclub แต่ว่าเมื่อหุ่นยนต์ร่วมในคะแนนของพวกเขาน้อยลงถึง 75% รวมทั้งมีคำตอบไม่ถูก 74% ตรงกับหุ่นยนต์

การเขียนในศาสตร์หุ่นยนต์นักวิทยาศาสตร์พูดว่างานวิจัยชิ้นนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าดึงดูดว่าหุ่นยนต์สามารถใช้ประโยชน์ได้เช่นไรด้านในสังคม เข้า gclub แต่พวกเขายังบอกว่าจะเพิ่มความหนักใจบางสิ่งเกี่ยวกับความสามารถของหุ่นยนต์ที่จะทรงอิทธิพลแง่ลบต่อเด็กตัวเล็กๆที่อ่อนแอ

การศึกษาค้นคว้าวิจัยนำโดยอดีตกาลนักค้นคว้าของ Plymouth Anna Vollmer ซึ่งเป็นนักค้นคว้าข้างหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Bielefeld แล้วก็ศ.จ.ด้านหุ่นยนต์ Tony Belpaeme จาก University of Plymouth รวมทั้ง Ghent University

ศ.จ. Belpaeme พูดว่า “ผู้คนชอบติดตามข้อคิดเห็นของคนอื่นรวมทั้งพวกเราทราบมานานแล้วดื้อรั้นที่จะต้านทานการยึดทรรศนะรวมทั้งความเห็นของคนรอบกายพวกเราได้พวกเราทราบดีว่านี่เป็นความคล้ายคลึง เข้า gclub แม้กระนั้นเป็นหุ่นยนต์เร็วๆนี้จะเจอได้ ในบ้านรวมทั้งสถานที่สำหรับทำงานพวกเราสงสัยว่าคนจะปฏิบัติตามหุ่นยนต์ไหม

“ผลการวิเคาะห์ของพวกเราทำให้เห็นว่าคนแก่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่หุ่นยนต์บอก แต่ว่าเมื่อพวกเราทำทดลองกับเด็กพวกเขาได้ชี้ให้เห็นว่าเด็กๆอาจมีความข้องเกี่ยวกับหุ่นยนต์มากยิ่งกว่าคนแก่ซึ่งจะมีผลให้กำเนิดปริศนา : ถ้าเกิดหุ่นยนต์เสนอแนะอะไรตัวอย่างเช่นสินค้าที่จะซื้อหรือคิดยังไง? “

นักจิตวิทยาพบว่าการแสดงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเพื่อการจำงาน

แบบอย่างทั้งปวงนี้เป็นตัวอย่างที่หน่วยความจำในอนาคตล้มเหลว – คุณยังไม่เคยคิดถึงการปฏิบัติงานที่ได้คิดแผนไว้ ในช่วงเวลาที่แบบอย่างพวกนี้ออกจะน่าดึงดูดความจำที่คาดหวังที่ไม่ดีบางทีอาจมีผลรุนแรงตัวอย่างเช่นลืมที่จะใช้ยาหรือออกมาจากเตาตัวอย่างเช่น

ความบกพร่องของหน่วยความจำที่คาดหวังบางทีอาจเป็นสัญญาณเริ่มของโรคอัลไซเมอร์ดังที่นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยชิชทึ่มร์แล้วก็กรรมวิธีรักษาแบบใหม่ๆถูกประยุกต์ใช้เพื่อใช้ประโยชน์จากระดับความจำที่คาดหวังไว้เป็นสิ่งที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับความผิดพลาดทางปัญญาได้อย่างแม่นยำ แนวทางดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วสามารถเป็นลู่ทางที่ไม่รุกรานที่มีคุณภาพสำหรับในการกรรมวิธีการทางสถานพยาบาลแบบเริ่มแรกยกตัวอย่างเช่นการสกัดของน้ำไขสันหลังอักเสบ

สำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้าที่พิมพ์ในนิตยสาร “Neuropsychology” กลุ่มที่นำโดย University of Chichester ได้ทำการค้นคว้าคุณภาพของหน่วยความจำในอนาคตของผู้เข้าร่วมงานทั้งปวง 96 คน เป็นต้นว่า คนเจ็บที่มีความผิดพลาดทางเชาวน์อายุระหว่าง 64 ถึง 87 ปีผู้สูงวัยที่แก่ 62-84 ปีแล้วก็คนแก่ที่แก่น้อยกว่า 18 ถึง 22 ปี

การศึกษาเล่าเรียนซึ่งรวมทั้งสมาชิกจาก Radboud University Nijmegen, Sussex Partnership NHS Foundation Trust แล้วก็ University of Lisbon ดูไปที่ความสามารถของหน่วยความจำที่คาดหวังก่อนจะมีการชี้แนะแนวทางการทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งเปรียบความสามารถกับแนวทางการทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แนวทางที่ใช้สำหรับในการเข้ารหัสได้ถูกตามกฎหมายซึ่งนักเรียนได้รับการผลักดันให้ทำกิจกรรมที่พวกเขาจะต้องจดจำไว้

ทุกกลุ่มวัยรายงานความก้าวหน้าในความจำที่คาดหวัง แต่ว่าก็มีการทำเครื่องหมายโดยเฉพาะในคนที่แก่มากยิ่งกว่าที่มีความผิดพลาดทางเชาวน์อ่อนซึ่งบางทีอาจเป็นได้ในระยะเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ การเล่าเรียนทำให้เห็นว่าการกระตุ้นให้คนภายในจำพวกนี้สารภาพการออกพระราชบัญญัติเป็นสิ่งที่ใช้ในการสร้างเสริมความจำที่คาดหวังอาจจะทำให้พวกเขานำชีวิตอิสระที่มีอิสรภาพมาเป็นระยะเวลานาน

การวิจัยเป็น Dr Antonina Pereira จาก University of Chichester คุณบอกว่า “หน่วยความจำที่คาดหวังที่ไม่ดีบางทีอาจอยู่ในตอนที่ไม่น่าสนใจกับชีวิตที่น่าขนลุกขึ้นกับเหตุการณ์พวกเราอยากได้รับรองสองประการเป็นความจำที่คาดหวังต่ำลงตามอายุรวมทั้งวิธีสำหรับการออกกฎหมายบางทีอาจช่วยเหลือคนที่มีความจำที่คาดหวังที่ไม่ดี”

คุณกล่าวเพิ่มว่า “พวกเราพบว่าหน่วยความจำที่คาดหวังจะกัดเซาะเมื่อพวกเราแก่ขึ้นรวมทั้งการศึกษาและทำการค้นพบทีแรกของพวกเราในพื้นที่สำนักงานศึกษาค้นคว้าชิ้นเล็กๆนี้จะเสนอแนะว่าแนวทางการบัญญัติกฎหมายจะส่งผลสำหรับการปรับปรุงแก้ไขความจำในอนาคตพวกเรารู้สึกยินดีที่มีความคิดเห็นว่ามีการปรับแต่งในกรุ๊ปของพวกเรา มีความผิดพลาดทางปัญญาอ่อนวิธีการออกข้อเสนอมีสมรรถนะสำหรับวิธีการที่มีคุณภาพและก็ใช้กันอย่างล้นหลามซึ่งสามารถรองรับการดำรงชีพที่มีอิสรภาพนี้ส่งผลให้เกิดสุขภาพของแต่ละบุคคลชีวิตความเป็นอยู่และก็ความสัมพันธ์ทางสังคมขณะที่ลดภาระหน้าที่สำหรับเพื่อการดูแล.

เทคนิคของ Antonina สำหรับเพื่อการเอาชนะความจำในอนาคตที่ไม่ดี

“ในคราวถัดไปที่คุณต้องการจะจำไม่ได้ว่าจะถือนมจากร้านรวงกลางทางกลับไปอยู่ที่บ้านไม่ต้องรอคอยจนกระทั่งคุณจะได้กลับไปอยู่บ้านเพื่อใส่ใจว่าคุณลืมที่จะทำมันแทนสร้างความประพฤติที่คุณอยากได้ อย่าลืมทำเป็นว่าคุณกำลังทำจริงในเนื้อหาที่ผ่องใสเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นได้นี้บางทีอาจรู้สึกคับอกคับใจที่จะเริ่มด้วย แต่ว่าได้รับการกล่าวว่าเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมที่สุดเพื่อเพิ่มหน่วยความจำในอนาคตอาจมีผลเป็นเวลานานมากแล้วก็ดำเนินการได้ สำหรับผู้ที่มีความผิดพลาดทางปัญญารักษาการเป็นกุญแจสำคัญ “

แผนที่ของการเชื่อมต่อสมองปริมาณหนึ่งพันล้านครั้งพบว่าพวกเราคิดยังไง

ภาพชุดที่สลับซับซ้อนของพวกเขาเป็นภาพแรกที่ทำให้เห็นว่าการเชื่อมต่อที่สำคัญพวกนี้มีการจัดยังไงแล้วก็บางทีอาจมีผลต่อความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นของสมองของพวกเรา

นักค้นคว้ายังชี้ให้เห็นว่าแผนที่โมเลกุลนี้มีการเปลี่ยนในหนูที่มีคุณลักษณะออทิสติกและก็โรคจิตเภทซึ่งทำให้เห็นว่าอาจมีข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความเปลี่ยนไปจากปกติของสมอง

การเรียนเน้นไปที่ช่องว่างระหว่างเซลล์สมอง – เรียกว่า synapses – ช่วยทำให้เนื้อความทางเคมีรวมทั้งกระแสไฟฟ้าไหลเวียนได้และก็มีความหมายต่อรูปแบบการทำงานของสมองที่มีร่างกายแข็งแรง

นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างแผนที่ที่เรียกว่า synaptome ขึ้นทั่วอีกทั้งสมอง

นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระนำโดยใช้แนวทางที่ล้ำสมัยรวมทั้งภาพโมเลกุลรวมทั้งปัญญาประดิษฐ์เพื่อมอง synapses ทั่วสมองเมาส์

พวกเขาเรียนรู้ส่วนประกอบของเยื่อสมองที่ดีไซน์มาเพื่อกระจายแสงซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นสีของแต่ละบุคคลได้ ด้วยการตำหนิดแท็กโมเลกุลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละไซแนปตามสีพวกเขาสามารถตรวจค้นต้นแบบที่ผ่องใสของ synapses ทั่วสมองได้

กรุ๊ปของ synapses แตกต่างขึ้นกับความประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างของหนูตัวอย่างเช่นการให้อาหารการวิ่งและก็ผู้กระทำระกระโดด

นักค้นคว้าพูดว่าความมากมายหลายของจำพวกไซบีเรียบางทีอาจเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขอคืนข้อมูลช่วยทำให้สมองสามารถค้นหาความจำได้อย่างเร็วผ่านลักษณะของกิจกรรม การศึกษาและทำการค้นพบนี้สามารถช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้เรื่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับปัญหาความจำที่เกิดขึ้นได้เช่นไร

การเล่าเรียนยังทำให้เห็นว่าหนูที่มีมรรยาทในด้านกระจกตาของออทิสติกแล้วก็โรคจิตเภทได้เปลี่ยนแผนที่ synaptome และไม่สามารถเรียกข้อมูลได้อย่างแม่นยำ นี่บางทีอาจเป็นวิถีทางใหม่สำหรับในการทำความเข้าใจโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมองรวมทั้งภาวะความประพฤติปฏิบัติต่างๆ

การเล่าเรียนได้รับทุนจาก European Research Council รวมทั้ง Wellcome รวมทั้งได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร Neuron

นักค้นคว้าชั้นหนึ่งของศ.จ.เซทเอ็งรนท์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางสมองที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระบอกว่า “มีสมองอยู่ในสมองมากยิ่งขึ้นกว่าที่มีอยู่ในกาแลคซีสดูเป็นวัตถุที่สลับซับซ้อนที่สุดที่พวกเรารู้จักและก็รู้เรื่อง การเชื่อมต่อในระดับนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับในการอธิบายลึกลับของมัน

“สำหรับการสร้างแผนที่แรกของจำพวกนี้พวกเราได้รับผลพวงจากความมากมายหลายของ synapses รวมทั้งแบบอย่างที่วิจิตรบรรจงที่พวกเขาก่อตัวขึ้นแผนที่นี้เปิดโอกาสทางใหม่สำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้าซึ่งจะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความประพฤติและก็โรคสมอง”

เด็กที่มีศัพท์ต่ำๆโดยใช้ e-books ทำความเข้าใจเพิ่มกับคนแก่มากยิ่งกว่าเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

คนอ่านสำหรับคนแก่กับ voiceover e-book

ในการศึกษาวิจัยเด็กวัยสี่ขวบได้ตอบโต้กับหนังสือดิจิทัลด้วยตัวเองโดยใช้หนังสือเสียงหรือคนแก่อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน หนังสือเล่มนี้กำลังสอนเด็กเกี่ยวกับการลวงตาทางชีวภาพ

โดยรวมเด็กวัยก่อนศึกษาเกี่ยวกับการปลอมแปลงตัวจากหนังสือทั้งคู่เล่ม แต่ว่าเมื่อนักค้นคว้าแบ่งเด็ก 4 ขวบออกเป็นสองกรุ๊ปเป็นกรุ๊ปหนึ่งที่มีลูกที่หรูหราศัพท์สูงยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยรวมทั้งเด็กกรุ๊ปหนึ่งที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษเฉลี่ยรวมทั้งน้อยกว่าพวกเขาพบว่าเด็กที่มีภาษาอังกฤษทั่วๆไปแล้วก็ภาษาอังกฤษต่ำลงยิ่งกว่า ศัพท์แสดงความรู้ความเข้าใจที่ห่วยแตกกว่าเมื่อหนังสืออ่านเอง

การตอบสนองเป็นสิ่งจำเป็น

Dr. Patricia Ganea รศ.ด้านการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในตอนต้นของสถานศึกษาเด็กที่ชื่อ OISE ของ Dr. Eric Jackman พูดว่าผลสรุปที่ได้ชี้ให้เห็นว่าเด็กตัวเล็กๆได้รับการช่วยส่งเสริมอย่างยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการศึกษาของตนเมื่อพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดามารดาหรือผู้ดูแลคนป่วยรายอื่น .

“ผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยกลุ่มนี้มีความหมายเนื่องจากว่าพวกเขาชี้ให้เห็นว่าเด็กๆที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการรู้เรื่องในสิ่งที่รู้เรื่องไม่ดีจะได้รับผลดีจากการที่คนแก่อ่านหนังสือด้วยตัวเองแทนที่จะศึกษาจากเครื่องไม้เครื่องมือดิจิตอลด้วยตัวเอง” Ganea กล่าว การเลือกแอพพลิเคชันประสิทธิภาพสูงเป็นเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสมการเพียงแค่นั้นการอ่านหนังสือพร้อมด้วยเด็กสามารถเพิ่มการเรียนได้ ”

ดร. เกเบรียล Strouse นักปริญญาเอกสถานที่สำหรับทำงานร่วมกับ Ganea ในการศึกษาวิจัยและก็คนที่อยู่ในตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยเซาท์ดาวัวตาเห็นด้วย

“เด็กๆบางทีอาจได้ศึกษาจากสื่อดิจิทัลด้วยตัวเอง แต่ว่าบิดามารดายังคงมีหน้าที่สำคัญสำหรับเพื่อการศึกษาของเด็กๆผู้ดูแลสามารถเพิ่มสิ่งที่เด็กเอาไปจากสื่อดิจิทัลโดยการถามคำถามชี้ความพอใจไปยังข้อมูลที่เกี่ยวโยงและก็ร่วมในความเกี่ยวข้องของสื่อ , “Strouse เพิ่ม

การทดลองความรู้ความเข้าใจของเด็ก

การเรียนรู้ได้ปฏิบัติการโดยให้เด็กทดลองก่อนเกี่ยวกับการลวงตาทางชีวภาพโดยใช้ภาพของสัตว์ ต่อจากนั้นเด็กๆก็อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการลวงตาโดยใช้ voiceover ของ e-book หรือโดยคนแก่ จากนั้นเด็กถูกถามคำถามเกี่ยวกับการปลอมแปลงตัวโดยใช้จิ้งจกแบบจำลองแล้วก็เต่าในถัง พวกเขาถูกถามเพื่อกำหนดสัตว์ที่จะมองเห็นโดยนักล่าที่ถังพวกเขาจะใส่สัตว์ในก็เลยจะมองไม่เห็นรวมทั้งชี้แจงโอกาสของพวกเขา

โดยรวมนักค้นคว้าพบว่า e-book เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสำหรับการสอนเด็กแนวความคิดทางชีวภาพใหม่:

โดยรวมเด็กๆ74% ชี้แจงคำตอบของตนเองในด้านของการปิดบังสำหรับเพื่อการทดลองข้างหลังการทดสอบเทียบกับ 2% สำหรับการทดลองก่อน
เด็กที่มีศัพท์สูงขึ้นยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยได้ปฏิบัติดีสำหรับการทดลองการปลอมแปลงตัวคราวหลังการปลอมแปลงตัวไม่ว่าคนแก่หรือหนังสือจะอ่านหนังสือพวกนั้นหรือไม่ก็ตาม
แม้กระนั้นเด็กที่มีค่าเฉลี่ยรวมทั้งต่ำลงมากยิ่งกว่าศัพท์ที่อ่านได้ไม่ดีโดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออ่านด้วยเสียงบรรยายของหนังสือ

เวลาจอหรือเรื่องราว? E-books เหมาะกับเด็กวัยฝึกฝนเดิน

แม้กระนั้นมันจะสร้างความต่างหากบิดามารดาอ่านจากหนังสือพิมพ์แบบเริ่มแรกหรือสำหรับบิดามารดารวมทั้งเด็กที่จะมีส่วนร่วมกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์? การอภิปรายอย่างสม่ำเสมอนี้ได้รับการเรียนหลายคราวในตอนหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แต่ว่ายังมีปัญหาที่ยังมิได้ตอบอีกเพียบเลย

การศึกษาเล่าเรียนใหม่ที่จัดการโดย Gabrielle A. Strouse จากคณะศึกษาศาสตร์ที่ University of South Dakota ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ Patricia A. Ganea จากห้องเรียนภาษาและก็การเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยโตรอนโตในแคนาดารวมทั้งพิมพ์ใน Frontiers in Psychology เจอแนวโน้มสะดุดตาบางสิ่งบางอย่าง สื่ออิเล็กทรอนิกส์อาจจะทำให้เป็นผลกระทบลดลงต่อการศึกษาสำหรับเด็กวัยฝึกฝนเดินมากยิ่งกว่าในกรณีที่เป็นวัยก่อนเข้าโรงเรียน

บิดามารดาของเด็กวัยทารกที่อายุระหว่าง 17 ถึง 26 เดือนได้รับการสุ่มเลือกอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สองเล่มที่มีขายในตลาดหรือหนังสือพิมพ์สองเล่มที่มีรายละเอียดเหมือนกันกับเด็กวัยฝึกหัดเดิน ภายหลังจากอ่านแล้วเด็กๆได้ขอให้เจาะจงสัตว์ที่พรีเซ็นท์ในหนังสือ

Strouse รวมทั้ง Ganea พบว่าเด็กวัยฝึกเดินที่อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้รับความพอใจเยอะขึ้นเรื่อยๆทำให้พวกเขาสามารถใช้เวลาในเรื่องได้มากขึ้นมีส่วนร่วมเยอะขึ้นในวิธีการแล้วก็ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดมากยิ่งกว่าเด็กวัยฝึกฝนเดินที่อ่านหนังสือในต้นแบบหนังสือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีเพลงพื้นข้างหลังภาพเคลื่อนไหวและก็เสียงสำหรับแต่ละหน้ารวมทั้งเสียงอัตโนมัติที่อ่านใจความดังๆต่อเด็ก ไม่มีกิจกรรมหรือฮอตสปอตสำหรับบิดามารดาและก็เด็กที่จะสัมผัสเพื่อรับลักษณะพิเศษ ผู้พิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้พิมพ์หนังสือที่มีรายละเอียดคล้ายคลึงกัน แต่ว่าไม่ใช่แบบจำลองที่แน่ๆฉะนั้นนักค้นคว้าก็เลยพิมพ์ภาพจอของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งผูกแผ่นเดียวไว้ร่วมกันเพื่อสร้าง “หนังสือที่พิมพ์”

เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แล้วก็งานเอกสารรวมทั้งสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม (เป็ดม้าโคโคบิดามารดารับรองว่าเด็กรู้อยู่แล้ว) รวมทั้งสัตว์ป่า (หมีวัวอาล่าไอ้เข้ม้าลายและก็สิงโตซึ่งนิดหน่อยเป็นบิดามารดาที่บอกว่าเป็นของใหม่) . เพื่อทดลองการเรียนคำเด็กตัวเล็กๆๆได้รับแจ้งให้กำหนดสัตว์ป่าตัวใดตัวหนึ่งที่พวกเขาไม่ทราบก่อนเซสชั่น

Strouse และก็ Ganea ทดลองข้อสมมติที่กว้างๆสามข้อ: 1) บิดามารดาชอบทำให้ทราบภาพลดลงและก็ตั้งปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์น้อยกว่าหนังสือที่พิมพ์ 2a) เด็กๆจะชี้ภาพลดน้อยลงและก็คุยเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดน้อยลง 2b) เด็กจะแสดงความพึงพอใจแล้วก็การมีส่วนร่วมกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น และก็ 3) เด็กๆจะได้ศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดน้อยลง

ผลวิจัยพบว่าบิดามารดาชอบชี้ไปที่หนังสือเป็นประจำหนังสือเล่มนี้ไม่มีความต่างกันในปริมาณที่สนทนากับลูกๆเกี่ยวกับหัวข้อนี้

ประการลำดับที่สองเด็กที่อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีลัษณะทิศทางชี้ไปที่ผู้อ่านหนังสือที่พิมพ์หลายครั้งกว่าถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้มิได้มีการเปลี่ยนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ความพึงพอใจโดยรวมของเด็กสูงขึ้นยิ่งกว่าหนังสือในแบบอิเล็กทรอนิกส์มากมายไปกว่าการพิมพ์หนังสือและก็พวกเขาพร้อมที่จะใช้เวลาสำหรับในการเล่ากับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ

ประการลำดับที่สามขณะที่เด็กวัยฝึกฝนเดินมีทิศทางที่จะกำหนดสัตว์ได้อย่างแม่นยำจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ความไม่เหมือนนี้มีเหตุที่เกิดจากไม่เหมือนกันในความพึงพอใจของเด็กและก็ความพร้อมเพรียงสำหรับเพื่อการอ่าน ด้วยเหตุนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บางทีอาจมิได้รับการช่วยสนับสนุนการศึกษาด้วยตัวเอง แม้กระนั้นการที่เด็กๆมีความสนใจกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กลุ่มนี้จะมีผลให้การศึกษามากขึ้น โปรดทราบว่าสิ่งนี้บางทีอาจไม่เป็นความจริงสำหรับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทุกจำพวก

Strouse รวมทั้ง Ganea พูดว่า “การเตือนสำคัญอย่างหนึ่งที่พวกเราศึกษาและทำการค้นพบเป็นการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นมิได้หมายความถึงการเล่าเรียนที่มากขึ้น” หนังสือที่มีคุณลักษณะไม่เหมือนกันบางทีอาจเย้ายวนใจความพอใจของเด็กน้อยลง