นักวิทยาศาสตร์ศึกษาและทำการค้นพบความเกี่ยวพันระหว่างกลิ่นแล้วก็ความจำใหม่

การใช้กลิ่นเป็นแบบอย่างผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยพรีเซนเทชั่นมุมมองใหม่เกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจสึกที่มีอยู่ในหน่วยความจำรวมทั้งสามารถชี้แจงได้ว่าเพราะเหตุใดการสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับการสูดดมก็เลยเปลี่ยนเป็นที่รู้จักว่าเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์

“Afif Aqrabawi, ผู้สมัครระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาชีววิทยาเซลล์และก็ระบบในคณะศิลปศาสตร์และก็วิทยาศาสตร์ที่ U of T พูดว่า” การศึกษาค้นพบของพวกเราบ่งบอกถึงเป็นครั้งแรกว่ากลิ่นของพวกเราเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเราได้ถูกทำขึ้นมาใหม่ในความจำ ” แล้วก็คนเขียนนำของการศึกษาวิจัยที่พิมพ์ในเดือนนี้สำหรับในการติดต่อสื่อสารธรรมชาติ

“ในคำอื่นๆพวกเราได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าคุณสามารถจำกลิ่นของพายแอปเปิ้ลคุณยายของคุณได้ยังไงเมื่อเดินเข้าไปในครัวของคุณ”

มีความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยความจำแล้วก็ความเป็นกลิ่น – วิธีการสำหรับในการสูดกลิ่นรวมทั้งตระหนักถึงกลิ่น – เนื่องด้วยประวัติศาสตร์พัฒนาการด้วยกันของพวกเขา การสำรวจการเชื่อมต่อนี้ในหนู Aqrabawi แล้วก็ผู้บัญชาการระดับบัณฑิตศึกษา Professor Junchul Kim ในสาขาวิชาจิตวิทยาที่ U of T พบว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอวกาศรวมทั้งเวลารวมอยู่ในขอบเขตที่จำกัดของสมองที่มีความจำเป็นต่อความรู้สึกของกลิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้เรื่องกัน เป็นนิวเคลียสจมูกข้างหน้า (AON)

Aqrabawi พูดว่า “เมื่อส่วนประกอบพวกนี้รวมเข้าด้วยกันจะกำเนิดอะไรขึ้นเมื่อไร นี่เป็นเหตุผลได้แก่คุณอาจจำความรู้ความเข้าใจได้กลิ่นน้ำหอมของคู่รักเมื่อคุณคนึงถึงจูบแรกของคุณ (เวลารวมทั้งสถานที่)

ใคร่รู้เกี่ยวกับหลักการทำงานของนิวเคลียสจมูกข้างหน้า Aqrabawi รวมทั้ง Kim ได้ดีไซน์ชุดทดลองเพื่อใช้ประโยชน์จากหนูที่จะดมใหม่ๆ

“พวกเขาถูกใจที่จะใช้เวลามากเพิ่มขึ้นสำหรับการดมใหม่กว่าที่พวกเขารู้จักดี” Aqrabawi กล่าว “เมื่อพวกเขาสูญเสียการตั้งค่านี้มันก็บอกเป็นนัยว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะจำกลิ่นได้อีกถึงแม้พวกเขาจะได้สูดจมูกไว้ก่อนด้วยเหตุนั้นพวกเขาก็ยังรู้สึกราวกับเป็นครั้งแรก”

ในระหว่างการวิเคราะห์ส่วนประกอบแล้วก็หน้าที่ของ AON นักค้นคว้าได้ศึกษาค้นพบฟุตบาทประสาทที่ไม่เคยทราบมาก่อนหน้านี้ระหว่างฮิปโปโปเตมัสคัส – ส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับหน่วยความจำรวมทั้งการแสดงตามบริบทแล้วก็มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งในโรคอัลไซเมอร์ พวกเขาพบว่าพวกเขาสามารถเอาอย่างปัญหาความจำกลิ่นที่มองเห็นได้ในคนป่วยอัลไซเมอร์โดยตัดการเชื่อมต่อระหว่างฮิบโปกับ AON

ในขณะหนูที่มีการเชื่อมต่อระหว่าง hippocampus-AON ถูกทิ้งเอาไว้ไม่ให้หวนคืนสู่สถานที่ที่เคยชินเพื่อสูดดมที่มิได้แปลกใหม่คนที่มีทางเดินที่เชื่อมต่อจะกลับมาสูดดมกลิ่นที่เคยมีมาก่อนเป็นระยะเวลานาน แนวทางการทำซ้ำการเสื่อมสลายของต้นของ AON บ่งบอกถึงถึงความไม่อาจจะของบริบทที่เมื่อใดที่สำเร็จการทำงานแล้วก็ให้สิ่งที่มีอยู่ในหน่วยความจำกลิ่น

“มันทำให้เห็นว่าช่วงนี้พวกเรารู้เรื่องว่าวงจรใดในสมองควบคุมหน่วยความจำแบบเดิมๆสำหรับกลิ่นนั้นวงจรนี้สามารถใช้เป็นแบบจำลองเพื่อศึกษาเล่าเรียนมุมมองเบื้องต้นของความจำที่เป็นนามธรรมของผู้คนและก็การขาดความจำของกลิ่นที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับระบบประสาท” Aqrabawi กล่าว

มีงานเยอะแยะที่รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับการสูดกลิ่น – โดยเฉพาะการสูญเสียความจำของจมูก – เป็นลักษณะของการเริ่มมีลักษณะของโรคอัลไซเมอร์ การขาดดุลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นในความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการรับทราบกลิ่นก่อนที่จะความรู้ความเข้าใจลดน้อยลงรวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับระดับของการเจ็บป่วย

เจอความเชื่อมโยงระหว่างความยืดหยุ่นต่อการ dyslexia แล้วก็เรื่องสีเทาในสมองรอบๆหน้าผาก

มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟที่ใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโกเรียนรู้เจาะจงกลไกหลักการทำงานของสมองที่ชี้แจงถึงความไม่เหมือนระหว่างความถนัดการถอดรหัสต่ำและก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการอ่านที่สูง

การศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้นำโดย Dr. Smadar Patael จากแผนกความไม่ดีเหมือนปกติด้านการติดต่อสื่อสารของ TAU และก็ Prof. Fumiko Hoeft ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโกและก็เริ่มเป็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาเรียนรู้สมองของ University of Connecticut ในช่วงฤดูใบไม้ตกนี้ การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยได้รับการพิมพ์เมื่อเร็วๆนี้ใน PLOS One

การประเมินเรื่องสีเทา

การศึกษาวิจัยแสดงถึงจำนวนของสารสีเทาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในนักอ่านที่มีความยืดหยุ่นในส่วนของสมองที่รับผิดชอบในหน้าที่ของผู้บริหารแล้วก็หน่วยความจำสำหรับเพื่อการดำเนินงาน รอบๆที่เจาะจงนี้เป็น dorsolateral prefrontal cortex (DLPFC) ของส่วนซ้ายกล่าวได้ว่าเป็น “ตัวควบคุมการเดินทางด้านอากาศ” หรือ “ตัวนำ” ของสมอง สารสีเทาเป็นเยื่อที่เข้มขึ้นของสมองแล้วก็เส้นประสาทไขสันหลังกาซึ่งมีส่วนของเซลล์ประสาทรวมทั้งแขนง

นักค้นคว้าพิจารณาเด็กที่กล่าวภาษาอังกฤษอายุระหว่าง 10-16 ปีปริมาณ 55 คนและก็สามารถอ่านหนังสือได้นานัปการแบบอย่าง ครึ่งเดียวของเด็กกลุ่มนี้ได้รับการวิเคราะห์ว่ามีลักษณะแตกต่างจากปกติเกี่ยวกับดิส นักค้นคว้าสร้างสูตรกล้วยๆสำหรับเพื่อการคำนวณความต่างระหว่างความรู้ความเข้าใจสำหรับการอ่านกับความชำนาญการถอดรหัสของผู้เข้าร่วม ผู้เข้าอบรมได้รับการสแกนด้วย MRI หลังจากนั้นนักค้นคว้าดีกว่าเทียบเคียงภาพสมองของผู้เข้าร่วมกับผลของการอ่าน

“พวกเราอยากค้นหาว่ารอบๆสมองที่เกี่ยวพันกับภาษาหรือภูมิภาคอื่นๆมีความรับผิดชอบหรือเปล่า” Dr. Patael กล่าว “พวกเราพบว่าพื้นที่ในด้านหน้าซ้ายของสมองที่เรียกว่า DLPFC ซ้ายมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับไม่เหมือนกันนี้ DLPFC ได้รับการแสดงที่มีความหมายสำหรับเพื่อการดำเนินงานของผู้บริหารและก็การควบคุมความรู้ความเข้าใจ”

ไก่หรือไข่?

“พวกเราก็บากบั่นที่จะรู้เรื่องคำตอบของปริศนา ‘ไก่หรือไข่’ ที่เกี่ยวกับการ dyslexia รวมทั้งการขยายตัวเล็กน้อยของภูมิภาคสมองนี้” ดร. Patael กล่าวต่อ “dyslexics ยืดหยุ่นมีองค์ประกอบสมองที่ไม่เหมือนกันที่ช่วยทำให้มีความยืดหยุ่นที่ดียิ่งขึ้นหรือการบรรลุเป้าหมายของพวกเขาสำหรับเพื่อการอ่านผลของกลอุบายการทดแทนแท้จริงความเคลื่อนไหวความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในพื้นที่เฉพาะของสมองหรือเปล่า”

เพื่อตอบปัญหานี้ Dr. Patael ศ.จ. Hoeft รวมทั้งสหายร่วมงานของพวกเขาได้ทำวิเคราะห์ 43 คนอนุบาลโดยใช้เทคโนโลยี MRI และก็จากนั้น 3 ปีก็ทดลองความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่านของเด็กๆนักค้นคว้าพบว่าความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่าน DLPFC ล่วงหน้าและก็พยากรณ์ความไม่เหมือนโดยไม่นึกถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับในการอ่านคราวแรก

“นี่ช่วยทำให้พวกเรารู้เรื่องสมองรวมทั้งกลไกการรับทราบความรู้ความเข้าใจที่เด็กพวกนี้ใช้เพื่อสามารถทำผลประโยชน์ดีแม้ว่าจะมีจุดอ่อนสำหรับในการถอดรหัสก็ตาม แม้กระนั้นบางทีอาจช่วยทำให้พวกเรานึกถึงการนำวิธีการใหม่ๆมาใช้เพื่อการอ่านการคั่นแซง” ศาสตราจารย์ Hoeft กล่าว

นักจิตวิทยาพบว่าการแสดงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเพื่อการจำงาน

แบบอย่างทั้งปวงนี้เป็นตัวอย่างที่หน่วยความจำในอนาคตล้มเหลว – คุณยังไม่เคยคิดถึงการปฏิบัติงานที่ได้คิดแผนไว้ ในช่วงเวลาที่แบบอย่างพวกนี้ออกจะน่าดึงดูดความจำที่คาดหวังที่ไม่ดีบางทีอาจมีผลรุนแรงตัวอย่างเช่นลืมที่จะใช้ยาหรือออกมาจากเตาตัวอย่างเช่น

ความบกพร่องของหน่วยความจำที่คาดหวังบางทีอาจเป็นสัญญาณเริ่มของโรคอัลไซเมอร์ดังที่นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยชิชทึ่มร์แล้วก็กรรมวิธีรักษาแบบใหม่ๆถูกประยุกต์ใช้เพื่อใช้ประโยชน์จากระดับความจำที่คาดหวังไว้เป็นสิ่งที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับความผิดพลาดทางปัญญาได้อย่างแม่นยำ แนวทางดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วสามารถเป็นลู่ทางที่ไม่รุกรานที่มีคุณภาพสำหรับในการกรรมวิธีการทางสถานพยาบาลแบบเริ่มแรกยกตัวอย่างเช่นการสกัดของน้ำไขสันหลังอักเสบ

สำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้าที่พิมพ์ในนิตยสาร “Neuropsychology” กลุ่มที่นำโดย University of Chichester ได้ทำการค้นคว้าคุณภาพของหน่วยความจำในอนาคตของผู้เข้าร่วมงานทั้งปวง 96 คน เป็นต้นว่า คนเจ็บที่มีความผิดพลาดทางเชาวน์อายุระหว่าง 64 ถึง 87 ปีผู้สูงวัยที่แก่ 62-84 ปีแล้วก็คนแก่ที่แก่น้อยกว่า 18 ถึง 22 ปี

การศึกษาเล่าเรียนซึ่งรวมทั้งสมาชิกจาก Radboud University Nijmegen, Sussex Partnership NHS Foundation Trust แล้วก็ University of Lisbon ดูไปที่ความสามารถของหน่วยความจำที่คาดหวังก่อนจะมีการชี้แนะแนวทางการทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งเปรียบความสามารถกับแนวทางการทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แนวทางที่ใช้สำหรับในการเข้ารหัสได้ถูกตามกฎหมายซึ่งนักเรียนได้รับการผลักดันให้ทำกิจกรรมที่พวกเขาจะต้องจดจำไว้

ทุกกลุ่มวัยรายงานความก้าวหน้าในความจำที่คาดหวัง แต่ว่าก็มีการทำเครื่องหมายโดยเฉพาะในคนที่แก่มากยิ่งกว่าที่มีความผิดพลาดทางเชาวน์อ่อนซึ่งบางทีอาจเป็นได้ในระยะเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ การเล่าเรียนทำให้เห็นว่าการกระตุ้นให้คนภายในจำพวกนี้สารภาพการออกพระราชบัญญัติเป็นสิ่งที่ใช้ในการสร้างเสริมความจำที่คาดหวังอาจจะทำให้พวกเขานำชีวิตอิสระที่มีอิสรภาพมาเป็นระยะเวลานาน

การวิจัยเป็น Dr Antonina Pereira จาก University of Chichester คุณบอกว่า “หน่วยความจำที่คาดหวังที่ไม่ดีบางทีอาจอยู่ในตอนที่ไม่น่าสนใจกับชีวิตที่น่าขนลุกขึ้นกับเหตุการณ์พวกเราอยากได้รับรองสองประการเป็นความจำที่คาดหวังต่ำลงตามอายุรวมทั้งวิธีสำหรับการออกกฎหมายบางทีอาจช่วยเหลือคนที่มีความจำที่คาดหวังที่ไม่ดี”

คุณกล่าวเพิ่มว่า “พวกเราพบว่าหน่วยความจำที่คาดหวังจะกัดเซาะเมื่อพวกเราแก่ขึ้นรวมทั้งการศึกษาและทำการค้นพบทีแรกของพวกเราในพื้นที่สำนักงานศึกษาค้นคว้าชิ้นเล็กๆนี้จะเสนอแนะว่าแนวทางการบัญญัติกฎหมายจะส่งผลสำหรับการปรับปรุงแก้ไขความจำในอนาคตพวกเรารู้สึกยินดีที่มีความคิดเห็นว่ามีการปรับแต่งในกรุ๊ปของพวกเรา มีความผิดพลาดทางปัญญาอ่อนวิธีการออกข้อเสนอมีสมรรถนะสำหรับวิธีการที่มีคุณภาพและก็ใช้กันอย่างล้นหลามซึ่งสามารถรองรับการดำรงชีพที่มีอิสรภาพนี้ส่งผลให้เกิดสุขภาพของแต่ละบุคคลชีวิตความเป็นอยู่และก็ความสัมพันธ์ทางสังคมขณะที่ลดภาระหน้าที่สำหรับเพื่อการดูแล.

เทคนิคของ Antonina สำหรับเพื่อการเอาชนะความจำในอนาคตที่ไม่ดี

“ในคราวถัดไปที่คุณต้องการจะจำไม่ได้ว่าจะถือนมจากร้านรวงกลางทางกลับไปอยู่ที่บ้านไม่ต้องรอคอยจนกระทั่งคุณจะได้กลับไปอยู่บ้านเพื่อใส่ใจว่าคุณลืมที่จะทำมันแทนสร้างความประพฤติที่คุณอยากได้ อย่าลืมทำเป็นว่าคุณกำลังทำจริงในเนื้อหาที่ผ่องใสเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นได้นี้บางทีอาจรู้สึกคับอกคับใจที่จะเริ่มด้วย แต่ว่าได้รับการกล่าวว่าเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมที่สุดเพื่อเพิ่มหน่วยความจำในอนาคตอาจมีผลเป็นเวลานานมากแล้วก็ดำเนินการได้ สำหรับผู้ที่มีความผิดพลาดทางปัญญารักษาการเป็นกุญแจสำคัญ “

แผนที่ของการเชื่อมต่อสมองปริมาณหนึ่งพันล้านครั้งพบว่าพวกเราคิดยังไง

ภาพชุดที่สลับซับซ้อนของพวกเขาเป็นภาพแรกที่ทำให้เห็นว่าการเชื่อมต่อที่สำคัญพวกนี้มีการจัดยังไงแล้วก็บางทีอาจมีผลต่อความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นของสมองของพวกเรา

นักค้นคว้ายังชี้ให้เห็นว่าแผนที่โมเลกุลนี้มีการเปลี่ยนในหนูที่มีคุณลักษณะออทิสติกและก็โรคจิตเภทซึ่งทำให้เห็นว่าอาจมีข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความเปลี่ยนไปจากปกติของสมอง

การเรียนเน้นไปที่ช่องว่างระหว่างเซลล์สมอง – เรียกว่า synapses – ช่วยทำให้เนื้อความทางเคมีรวมทั้งกระแสไฟฟ้าไหลเวียนได้และก็มีความหมายต่อรูปแบบการทำงานของสมองที่มีร่างกายแข็งแรง

นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างแผนที่ที่เรียกว่า synaptome ขึ้นทั่วอีกทั้งสมอง

นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระนำโดยใช้แนวทางที่ล้ำสมัยรวมทั้งภาพโมเลกุลรวมทั้งปัญญาประดิษฐ์เพื่อมอง synapses ทั่วสมองเมาส์

พวกเขาเรียนรู้ส่วนประกอบของเยื่อสมองที่ดีไซน์มาเพื่อกระจายแสงซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นสีของแต่ละบุคคลได้ ด้วยการตำหนิดแท็กโมเลกุลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละไซแนปตามสีพวกเขาสามารถตรวจค้นต้นแบบที่ผ่องใสของ synapses ทั่วสมองได้

กรุ๊ปของ synapses แตกต่างขึ้นกับความประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างของหนูตัวอย่างเช่นการให้อาหารการวิ่งและก็ผู้กระทำระกระโดด

นักค้นคว้าพูดว่าความมากมายหลายของจำพวกไซบีเรียบางทีอาจเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขอคืนข้อมูลช่วยทำให้สมองสามารถค้นหาความจำได้อย่างเร็วผ่านลักษณะของกิจกรรม การศึกษาและทำการค้นพบนี้สามารถช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้เรื่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับปัญหาความจำที่เกิดขึ้นได้เช่นไร

การเล่าเรียนยังทำให้เห็นว่าหนูที่มีมรรยาทในด้านกระจกตาของออทิสติกแล้วก็โรคจิตเภทได้เปลี่ยนแผนที่ synaptome และไม่สามารถเรียกข้อมูลได้อย่างแม่นยำ นี่บางทีอาจเป็นวิถีทางใหม่สำหรับในการทำความเข้าใจโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมองรวมทั้งภาวะความประพฤติปฏิบัติต่างๆ

การเล่าเรียนได้รับทุนจาก European Research Council รวมทั้ง Wellcome รวมทั้งได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร Neuron

นักค้นคว้าชั้นหนึ่งของศ.จ.เซทเอ็งรนท์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางสมองที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระบอกว่า “มีสมองอยู่ในสมองมากยิ่งขึ้นกว่าที่มีอยู่ในกาแลคซีสดูเป็นวัตถุที่สลับซับซ้อนที่สุดที่พวกเรารู้จักและก็รู้เรื่อง การเชื่อมต่อในระดับนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับในการอธิบายลึกลับของมัน

“สำหรับการสร้างแผนที่แรกของจำพวกนี้พวกเราได้รับผลพวงจากความมากมายหลายของ synapses รวมทั้งแบบอย่างที่วิจิตรบรรจงที่พวกเขาก่อตัวขึ้นแผนที่นี้เปิดโอกาสทางใหม่สำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้าซึ่งจะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความประพฤติและก็โรคสมอง”

นักวิจัยพบว่าจีโนมของมนุษย์อาจมียีนลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์

งานที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nucleic Acids Research มีสาเหตุจากการร่วมมือระหว่างชาติซึ่งนำโดย Michael Tress จากหน่วย CNIO Bioinformatics Unit พร้อมด้วยนักค้นคว้าจาก Wellcome Trust Sanger Institute ในสหราชอาณาจักรMassachusetts Institute of Technology ในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัย Pompeu Fabra และก็ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติสำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (BSC-CNS) ในบาร์เซโลนาและก็ National Center for Cardiovascular Research (CNIC) ในกรุงมาดริด

ตั้งแต่แมื่อสำเร็จการจัดลำดับจีโนมมนุษย์ในปีพ.ศ. 2546 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทั้งโลกต่างทำงานเพื่อเก็บโปรตีนมนุษย์ในที่สุด (ปริมาณโปรตีนทั้งสิ้นที่ผลิตมาจากยีนและก็ยีนที่ผลิตได้ งานนี้มีเยอะแยะพรั่งพร้อมเหตุเพราะความสลับซับซ้อนของจีโนมมนุษย์รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าเรามียีนเข้ารหัสโดยประมาณ 20,000 ตัว

นักค้นคว้าได้วิเคราะห์ยีนที่จัดทำเป็นโปรตีนสำหรับเพื่อการอ้างอิงของโปรตีนมนุษย์การเปรียบเทียบรายละเอียดของ proteomes อ้างอิงจากGENCODE / Ensembl, RefSeq และก็ UniProtKB พบยีนที่เข้ารหัสได้ 22,210 ยีน แต่มีเพียงแต่ 19,446 ยีนที่แสดงอยู่ในทั้งยัง คำอธิบายประกอบ

เมื่อพินิจพิจารณายีน 2,764 ตัวที่มีอยู่ในคำชี้แจงประกอบคำอ้างอิงเพียงแต่หนึ่งหรือสองเล่มพวกเขาแปลกใจที่พบว่าหลักฐานการทดสอบและก็คำอธิบายมีตนเองทำให้เห็นว่ายีนพวกนี้ดูเหมือนจะทั้งหมดมีลัษณะทิศทางที่จะเป็นยีนที่ไม่เข้ารหัสหรือเป็นตัวยั้ง อันที่จริงยีนพวกนี้ร่วมกับอีก 1,470 ยีนเข้ารหัสที่มีอยู่ในแคตตาล็อกการอ้างอิง จำพวกไม่ได้มีการปรับปรุงราวกับยีนรหัสโปรตีนทั่วไป ข้อสรุปของการเรียนเป็นยีนกลุ่มนี้ 4,234 ส่วนบางทีอาจมิได้เป็นรหัสสำหรับโปรตีน

ดังที่นักวิทยาศาสตร์กล่าว พวกเราสามารถวิเคราะห์ยีนเหล่านี้ได้ในรายละเอียดมาก” Tress ชี้แจง แล้วก็ยีนมากกว่า 300 ยีนได้รับการจัดหมวดหมู่ใหม่ให้เป็นแบบ non-coding” ผลที่เกิดจากการวิจัยนี้ได้รวมอยู่ในคำชี้แจงประกอบใหม่ของจีโนมมนุษย์โดยกรุ๊ปประเทศGENCODE ซึ่งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของนักค้นคว้า CNIO