เด็กที่มีศัพท์ต่ำๆโดยใช้ e-books ทำความเข้าใจเพิ่มกับคนแก่มากยิ่งกว่าเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

คนอ่านสำหรับคนแก่กับ voiceover e-book

ในการศึกษาวิจัยเด็กวัยสี่ขวบได้ตอบโต้กับหนังสือดิจิทัลด้วยตัวเองโดยใช้หนังสือเสียงหรือคนแก่อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน หนังสือเล่มนี้กำลังสอนเด็กเกี่ยวกับการลวงตาทางชีวภาพ

โดยรวมเด็กวัยก่อนศึกษาเกี่ยวกับการปลอมแปลงตัวจากหนังสือทั้งคู่เล่ม แต่ว่าเมื่อนักค้นคว้าแบ่งเด็ก 4 ขวบออกเป็นสองกรุ๊ปเป็นกรุ๊ปหนึ่งที่มีลูกที่หรูหราศัพท์สูงยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยรวมทั้งเด็กกรุ๊ปหนึ่งที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษเฉลี่ยรวมทั้งน้อยกว่าพวกเขาพบว่าเด็กที่มีภาษาอังกฤษทั่วๆไปแล้วก็ภาษาอังกฤษต่ำลงยิ่งกว่า ศัพท์แสดงความรู้ความเข้าใจที่ห่วยแตกกว่าเมื่อหนังสืออ่านเอง

การตอบสนองเป็นสิ่งจำเป็น

Dr. Patricia Ganea รศ.ด้านการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในตอนต้นของสถานศึกษาเด็กที่ชื่อ OISE ของ Dr. Eric Jackman พูดว่าผลสรุปที่ได้ชี้ให้เห็นว่าเด็กตัวเล็กๆได้รับการช่วยส่งเสริมอย่างยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการศึกษาของตนเมื่อพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดามารดาหรือผู้ดูแลคนป่วยรายอื่น .

“ผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยกลุ่มนี้มีความหมายเนื่องจากว่าพวกเขาชี้ให้เห็นว่าเด็กๆที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการรู้เรื่องในสิ่งที่รู้เรื่องไม่ดีจะได้รับผลดีจากการที่คนแก่อ่านหนังสือด้วยตัวเองแทนที่จะศึกษาจากเครื่องไม้เครื่องมือดิจิตอลด้วยตัวเอง” Ganea กล่าว การเลือกแอพพลิเคชันประสิทธิภาพสูงเป็นเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสมการเพียงแค่นั้นการอ่านหนังสือพร้อมด้วยเด็กสามารถเพิ่มการเรียนได้ ”

ดร. เกเบรียล Strouse นักปริญญาเอกสถานที่สำหรับทำงานร่วมกับ Ganea ในการศึกษาวิจัยและก็คนที่อยู่ในตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยเซาท์ดาวัวตาเห็นด้วย

“เด็กๆบางทีอาจได้ศึกษาจากสื่อดิจิทัลด้วยตัวเอง แต่ว่าบิดามารดายังคงมีหน้าที่สำคัญสำหรับเพื่อการศึกษาของเด็กๆผู้ดูแลสามารถเพิ่มสิ่งที่เด็กเอาไปจากสื่อดิจิทัลโดยการถามคำถามชี้ความพอใจไปยังข้อมูลที่เกี่ยวโยงและก็ร่วมในความเกี่ยวข้องของสื่อ , “Strouse เพิ่ม

การทดลองความรู้ความเข้าใจของเด็ก

การเรียนรู้ได้ปฏิบัติการโดยให้เด็กทดลองก่อนเกี่ยวกับการลวงตาทางชีวภาพโดยใช้ภาพของสัตว์ ต่อจากนั้นเด็กๆก็อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการลวงตาโดยใช้ voiceover ของ e-book หรือโดยคนแก่ จากนั้นเด็กถูกถามคำถามเกี่ยวกับการปลอมแปลงตัวโดยใช้จิ้งจกแบบจำลองแล้วก็เต่าในถัง พวกเขาถูกถามเพื่อกำหนดสัตว์ที่จะมองเห็นโดยนักล่าที่ถังพวกเขาจะใส่สัตว์ในก็เลยจะมองไม่เห็นรวมทั้งชี้แจงโอกาสของพวกเขา

โดยรวมนักค้นคว้าพบว่า e-book เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสำหรับการสอนเด็กแนวความคิดทางชีวภาพใหม่:

โดยรวมเด็กๆ74% ชี้แจงคำตอบของตนเองในด้านของการปิดบังสำหรับเพื่อการทดลองข้างหลังการทดสอบเทียบกับ 2% สำหรับการทดลองก่อน
เด็กที่มีศัพท์สูงขึ้นยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยได้ปฏิบัติดีสำหรับการทดลองการปลอมแปลงตัวคราวหลังการปลอมแปลงตัวไม่ว่าคนแก่หรือหนังสือจะอ่านหนังสือพวกนั้นหรือไม่ก็ตาม
แม้กระนั้นเด็กที่มีค่าเฉลี่ยรวมทั้งต่ำลงมากยิ่งกว่าศัพท์ที่อ่านได้ไม่ดีโดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออ่านด้วยเสียงบรรยายของหนังสือ

เวลาจอหรือเรื่องราว? E-books เหมาะกับเด็กวัยฝึกฝนเดิน

แม้กระนั้นมันจะสร้างความต่างหากบิดามารดาอ่านจากหนังสือพิมพ์แบบเริ่มแรกหรือสำหรับบิดามารดารวมทั้งเด็กที่จะมีส่วนร่วมกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์? การอภิปรายอย่างสม่ำเสมอนี้ได้รับการเรียนหลายคราวในตอนหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แต่ว่ายังมีปัญหาที่ยังมิได้ตอบอีกเพียบเลย

การศึกษาเล่าเรียนใหม่ที่จัดการโดย Gabrielle A. Strouse จากคณะศึกษาศาสตร์ที่ University of South Dakota ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ Patricia A. Ganea จากห้องเรียนภาษาและก็การเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยโตรอนโตในแคนาดารวมทั้งพิมพ์ใน Frontiers in Psychology เจอแนวโน้มสะดุดตาบางสิ่งบางอย่าง สื่ออิเล็กทรอนิกส์อาจจะทำให้เป็นผลกระทบลดลงต่อการศึกษาสำหรับเด็กวัยฝึกฝนเดินมากยิ่งกว่าในกรณีที่เป็นวัยก่อนเข้าโรงเรียน

บิดามารดาของเด็กวัยทารกที่อายุระหว่าง 17 ถึง 26 เดือนได้รับการสุ่มเลือกอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สองเล่มที่มีขายในตลาดหรือหนังสือพิมพ์สองเล่มที่มีรายละเอียดเหมือนกันกับเด็กวัยฝึกหัดเดิน ภายหลังจากอ่านแล้วเด็กๆได้ขอให้เจาะจงสัตว์ที่พรีเซ็นท์ในหนังสือ

Strouse รวมทั้ง Ganea พบว่าเด็กวัยฝึกเดินที่อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้รับความพอใจเยอะขึ้นเรื่อยๆทำให้พวกเขาสามารถใช้เวลาในเรื่องได้มากขึ้นมีส่วนร่วมเยอะขึ้นในวิธีการแล้วก็ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดมากยิ่งกว่าเด็กวัยฝึกฝนเดินที่อ่านหนังสือในต้นแบบหนังสือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีเพลงพื้นข้างหลังภาพเคลื่อนไหวและก็เสียงสำหรับแต่ละหน้ารวมทั้งเสียงอัตโนมัติที่อ่านใจความดังๆต่อเด็ก ไม่มีกิจกรรมหรือฮอตสปอตสำหรับบิดามารดาและก็เด็กที่จะสัมผัสเพื่อรับลักษณะพิเศษ ผู้พิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้พิมพ์หนังสือที่มีรายละเอียดคล้ายคลึงกัน แต่ว่าไม่ใช่แบบจำลองที่แน่ๆฉะนั้นนักค้นคว้าก็เลยพิมพ์ภาพจอของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งผูกแผ่นเดียวไว้ร่วมกันเพื่อสร้าง “หนังสือที่พิมพ์”

เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แล้วก็งานเอกสารรวมทั้งสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม (เป็ดม้าโคโคบิดามารดารับรองว่าเด็กรู้อยู่แล้ว) รวมทั้งสัตว์ป่า (หมีวัวอาล่าไอ้เข้ม้าลายและก็สิงโตซึ่งนิดหน่อยเป็นบิดามารดาที่บอกว่าเป็นของใหม่) . เพื่อทดลองการเรียนคำเด็กตัวเล็กๆๆได้รับแจ้งให้กำหนดสัตว์ป่าตัวใดตัวหนึ่งที่พวกเขาไม่ทราบก่อนเซสชั่น

Strouse และก็ Ganea ทดลองข้อสมมติที่กว้างๆสามข้อ: 1) บิดามารดาชอบทำให้ทราบภาพลดลงและก็ตั้งปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์น้อยกว่าหนังสือที่พิมพ์ 2a) เด็กๆจะชี้ภาพลดน้อยลงและก็คุยเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดน้อยลง 2b) เด็กจะแสดงความพึงพอใจแล้วก็การมีส่วนร่วมกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น และก็ 3) เด็กๆจะได้ศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดน้อยลง

ผลวิจัยพบว่าบิดามารดาชอบชี้ไปที่หนังสือเป็นประจำหนังสือเล่มนี้ไม่มีความต่างกันในปริมาณที่สนทนากับลูกๆเกี่ยวกับหัวข้อนี้

ประการลำดับที่สองเด็กที่อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีลัษณะทิศทางชี้ไปที่ผู้อ่านหนังสือที่พิมพ์หลายครั้งกว่าถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้มิได้มีการเปลี่ยนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ความพึงพอใจโดยรวมของเด็กสูงขึ้นยิ่งกว่าหนังสือในแบบอิเล็กทรอนิกส์มากมายไปกว่าการพิมพ์หนังสือและก็พวกเขาพร้อมที่จะใช้เวลาสำหรับในการเล่ากับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ

ประการลำดับที่สามขณะที่เด็กวัยฝึกฝนเดินมีทิศทางที่จะกำหนดสัตว์ได้อย่างแม่นยำจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ความไม่เหมือนนี้มีเหตุที่เกิดจากไม่เหมือนกันในความพึงพอใจของเด็กและก็ความพร้อมเพรียงสำหรับเพื่อการอ่าน ด้วยเหตุนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บางทีอาจมิได้รับการช่วยสนับสนุนการศึกษาด้วยตัวเอง แม้กระนั้นการที่เด็กๆมีความสนใจกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กลุ่มนี้จะมีผลให้การศึกษามากขึ้น โปรดทราบว่าสิ่งนี้บางทีอาจไม่เป็นความจริงสำหรับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทุกจำพวก

Strouse รวมทั้ง Ganea พูดว่า “การเตือนสำคัญอย่างหนึ่งที่พวกเราศึกษาและทำการค้นพบเป็นการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นมิได้หมายความถึงการเล่าเรียนที่มากขึ้น” หนังสือที่มีคุณลักษณะไม่เหมือนกันบางทีอาจเย้ายวนใจความพอใจของเด็กน้อยลง

เพราะอะไรหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของคุณอาจไม่ราวกับ “ของคุณ”

การเรียนยังพบว่าผู้ใช้ที่เป็นผู้ใหญ่ในทุกกลุ่มวัยนับว่าเป็นผู้ครอบครองหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ต่างจากผู้ครอบครองหนังสือด้านกายภาพมากมายแล้วก็อาจมีนัยสำคัญสำหรับคนที่อยู่ในธุรกิจขายเนื้อความดิจิทัล

“พวกเรามองดูไปที่สิ่งที่เรียกว่าจิตวิทยาเจ้าของซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผูกชิดกับการมีไว้ในครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ว่าจะเชื่อมโยงกับการรับทราบว่าอะไรเป็นของฉัน” คนเขียนศึกษาเล่าเรียนนำ Sabrina Helm, UA รศ.ที่ศึกษาค้นคว้าการรับทราบของคนซื้อบอกว่า แล้วก็ความประพฤติ

ความรู้สึกของความเป็นเจ้าของด้านจิตวิทยาของประชากรทำให้เกิดผลกระทบจากปัจจัยสำคัญสามประการเป็นไม่ว่าพวกเขามีความรู้สึกว่าตนมีอำนาจควบคุมวัตถุที่ตนเป็นเจ้าของไม่ว่าจะใช้วัตถุเพื่อระบุว่าตนเป็นผู้ใดและไม่ว่าจะเป็นวัตถุที่ช่วยทำให้พวกเขารู้สึกถึงการดำรงชีวิตในสังคม Helm ครูใน UA’s John รวมทั้ง Doris Norton School of ครอบครัวแล้วก็ผู้ซื้อวิทยาศาสตร์ในวิทยาลัยเกษตรและก็วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตพูดว่า

“การเป็นเจ้าของจิตวิทยาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับในการรับทราบของคนเราว่าพวกเขาให้ท่านค่าต่อสินค้าหรือบริการหรือวัตถุบางสิ่ง” คุณกล่าว “ในบริบทของสินค้าดิจิทัลพวกเรารู้สึกว่าการดูว่าผู้คนเป็นเจ้าของสิ่งที่มิได้อยู่ตรงนั้นจริงๆขนาดไหน – เป็นเพียงแค่ไฟล์ในคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือของคุณหรือใน Cloud ซึ่งเป็นแถวคิดมากกว่าแนวความคิด สิ่งแท้จริง ”

ในการศึกษาเล่าเรียนซึ่งเผยแพร่ในนิตยสาร Electronic Markets เฮล์มและก็สหายร่วมงานของคุณได้เก็บกรุ๊ปจุดโฟกัสสี่กรุ๊ปในช่วงอายุที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น กรุ๊ป Baby Boomers กรุ๊ปหนึ่ง กรุ๊ปสมาชิกคนหนึ่งของ Generation X และก็สองพันปี กรุ๊ปพันปีถูกแบ่งได้เป็นนิสิตวิทยาลัยรวมทั้งคนแก่ที่แก่มากยิ่งกว่า

นักค้นคว้าไตร่ตรองการคุยกันกับกรุ๊ปเกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจสึกของพวกเขารอบๆการเป็นเจ้าของหนังสือทางด้านกายภาพกับ e-books

หัวข้อหลักๆตั้งแต่นี้ต่อไปมีต้นเหตุมาจากการอภิปราย:

– ผู้เข้าร่วมในทุกกลุ่มวัยได้กล่าวว่ามีความรู้สึกว่ามีความรู้สึกหดตัวสำหรับเพื่อการเป็นเจ้าของหนังสือดิจิทัลกับหนังสือทางด้านกายภาพโดยอิงจากความจริงที่ว่าพวกเขาไม่อาจจะควบคุมสินค้าได้เต็มแบบ ยกตัวอย่างเช่นพวกเขาแสดงความรำคาญที่มักไม่อาจจะก็อปปี้ไฟล์ดิจิทัลไปยังเครื่องมือต่างๆได้

– ในบรรทัดเดียวกันผู้เข้าร่วมการเรียนรู้มากไม่น้อยเลยทีเดียวได้อาลัยอาวรณ์ข้อ จำกัด สำหรับเพื่อการแชร์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับสหายๆหรือวิธีขายหนังสือหรือหนังสือเล่มนี้ทำให้ e-books รู้สึกมีคุณค่าน้อยกว่าเงินทองมากยิ่งกว่าหนังสือด้านกายภาพ

– ผู้เข้าร่วมการบรรยายชี้แจงถึงความสัมพันธ์กับหนังสือทางด้านกายภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆและก็พูดว่าพวกเขาใช้หนังสือด้านกายภาพเพื่อสร้างความรู้สึกของตัวเองแล้วก็เป็นของ ผู้เข้าร่วมกลุ่มวัยมักกล่าวถึงความนึกถึงของพวกเขาในหนังสือเด็กในวัยเด็ก พวกเขายังได้สนทนาเกี่ยวกับการเผชิญปัญหาหนังสือด้านกายภาพด้วยความรู้สึกหลายๆได้แก่การฟังเสียงกลิ่นและก็สัมผัสการเปิดหนังสือเล่มใหม่แล้วก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการย้ำหรือเขียนบันทึกบนหน้ากระดาษ ผู้เข้าร่วมยังพูดว่าพวกเขาใช้หนังสือหนังสือทางด้านกายภาพเพื่อแสดงตัวตนของตัวเองต่อคนอื่นที่บางครั้งอาจจะอ่านชั้นของพวกเขา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีการเชื่อมต่อพวกนี้